เกาหลีใต้ยังเดินหน้าแบน ICO แม้ว่าประเทศต้องสูญเสียรายได้มหาศาล

  • February 6, 2019
Back To Homepage

 

ยังเดินหน้าแบน ICO แม้ว่าประเทศต้องสูญเสียรายได้มหาศาล

 

ในช่วงสัปดาห์นี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการที่จะเดินหน้าแบน ICO ในประเทศต่อไป และยอมปล่อยผลประโยชน์ให้กับประเทศอื่นๆในเอเชียแทน

 

เมื่อวันศุกร์ virtual currency task force ได้เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมคริปโต สถาบันการเงินท้องถิ่นได้เปิดเผยว่ารัฐบาลพิจารณาว่าโมเดล ICO เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงต่อหลายเขตพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงยังคงเดินหน้าสั่งห้ามการซื้อขายเหรียญคริปโตในประเทศ

 

ณ ปัจจุบันนี้ หากพิจารณาตามพื้นฐานโครงสร้างนโยบายของเกาหลีใต้ นักลงทุนท้องถิ่นได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการขายเหรียญที่อยู่นอกประเทศได้

 

ตลอดช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลกล่าวว่ามีบริษัทที่ละเมิดช่องโหว่ทางกฎหมายโดยการจัดทำเอกสารบริษัทที่ต่างประเทศ

ประเทศที่นิยมใช้เป็นสถานที่ขึ้นทะเบียนบริษัทขายเหรียญ ได้แก่ ญี่ปุ่นและสวิสเซอร์แลนด์

สถาบันการเงินเน้นย้ำว่าบริษัทท้องถิ่นที่เริ่มขายเหรียญในตลาดต่างประเทศอาจจะต้องเผชิญกับประเด็นด้านกฎหมายของเกาหลีใต้ หากว่าบริษัทดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักลงทุนภายในประเทศ

 

ในการรายงานครั้งก่อนหน้านี้ หน่วยงานที่ดูแลด้านนโยบายกล่าวว่าบริษัทในประเทศอย่างน้อย 22 แห่งได้เริ่มดำเนินการขายเหรียญนอกประเทศไปแล้ว

 

ผู้มีอำนาจในการดูแลตรวจสอบได้ติดต่อบริษัททั้ง 22 แห่งไปเรียบร้อยแล้วและมีเสียงตอบกลับมาเพียง 13 แห่ง รายงานเปิดเผยว่าบริษัทแต่ละแห่งใช้เงินประมาณ 30 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯใน ICO

 

โดยภาพรวมแล้ว รัฐบาลประเมินว่าบริษัทท้องถิ่นน่าจะทำเงินได้ราวๆ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปี 2017

ตลาดแลกเปลี่ยนซื้อขายสกุลเงินคริปโตท้องถิ่นกำลังก้าวผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายบริหารก่อนหน้านี้ที่ UPbit ซึ่งเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมถึงก้าวผ่านช่วงเวลาของข่าวด้านลบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตัวกลางแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตขนาดเล็ก

 

ยิ่งไปกว่านั้น CCN รายงานในเดือนพฤศจิกายนปี 2018 ICO ที่มีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ขโมยเงินจากกองทุนผู้ใช้งานมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

หากคิดตามอัตราการขายเหรียญและ exit scam ประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมนี้อยู่บนข้อตกลงของกรอบทางด้านกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดซึ่งจำเป็นต้องมีเพื่อปกป้องนักลงทุน

 

แต่ Min Byung-do ประธานคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติกล่าวว่ารัฐบาลควรจัดการกับปัญหาฟอกเงินและขั้นตอนการดำเนินการที่หลอกลวงโดยไม่กระทบต่อรากฐานของอุตสาหกรรม

 

เกาหลีใต้อาจจะต้องเสียโอกาสมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯไปเพื่อแลกกับการสั่งห้าม ICO ในประเทศ ในอดีต บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ อย่างเช่น Kakao เคยเตรียมที่จะดำเนินการขายเหรียญคริปโต แต่เมื่อประเทศออกกฎสั่งห้าม Kakao จึงเข้ามาเริ่มกระบวนการขายเหรียญในญี่ปุ่นซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์แทน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *